หลังฤดูกาลปกติและ Play-In Tournament จบลง แต่ละสายจะมี 8 ทีมเข้ารอบเพลย์ออฟ รวมทั้งหมด 16 ทีม กติกาการจัดอันดับจริงๆ แล้วค่อนข้างง่าย และเป็นแบบที่เห็นได้ทั่วไปในกีฬาอาชีพอเมริกัน: ทีมอันดับสูงสุดพบทีมอันดับต่ำสุด ทีมอันดับสองพบทีมอันดับรองบ๊วย ไล่ลงมาแบบนี้เรื่อยๆ นี่คือวิธีจัดสายการแข่งขันแบบละเอียด
สายการแข่งขันจัดยังไง: 1v8, 2v7, 3v6, 4v5
สายการแข่งขันเพลย์ออฟใช้สูตรตายตัว: แต่ละสายจัดอันดับ 8 ทีมที่เข้าเพลย์ออฟตามผลงานฤดูกาลปกติ ตั้งแต่ 1 ถึง 8 คู่การแข่งขันรอบแรกคือ:
- อันดับ 1 พบ อันดับ 8
- อันดับ 2 พบ อันดับ 7
- อันดับ 3 พบ อันดับ 6
- อันดับ 4 พบ อันดับ 5
ทุกรอบแข่งแบบ Best of 7 ทีมที่ชนะครบ 4 นัดก่อนผ่านเข้ารอบต่อไป
สายการแข่งขันไม่ถูกจัดใหม่เด็ดขาด
แฟนบาสที่ติดตามเป็นประจำส่วนใหญ่คงไม่มีคำถามนี้ แต่ผมเจอเพื่อนที่ไม่ค่อยได้ดูกีฬาถามผมจริงๆ ว่า: หลังจบแต่ละรอบ ลีกจะจัดอันดับทีมที่เหลือใหม่ตามผลงานไหม? คำตอบคือไม่ — เมื่อคู่การแข่งขันรอบแรกถูกจัดแล้ว เส้นทางไปสู่รอบต่อๆ ไป รวมถึงคู่แข่งที่จะเจอ ก็ถูกล็อคไว้แล้ว นี่เป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลที่บางครั้งเราจะได้ยินว่าทีมบางทีมจงใจบริหารอันดับของตัวเอง — พวกเขาพยายามให้เส้นทางไปสู่รอบหลังๆ ต้องเจอคู่แข่งที่รู้สึกมั่นใจกว่า สมมติว่าทีมหนึ่งล็อคอันดับ 6 ไว้แล้ว แต่ที่ตกมาอยู่อันดับนี้เป็นเพราะผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บพลาดเกมไปเยอะมากช่วงต้นฤดูกาล แต่หลังกลับมาเล่นช่วงท้ายฤดูกาลกลับฟอร์มดีสุดๆ ทีมที่อยู่อันดับ 3 ในตอนนี้อาจจะอยากหล่นไปอยู่อันดับ 4 แทน เพื่อการันตีว่าจะไม่ต้องเจอทีมอันดับ 6 ที่กำลังมาแรงนี้ก่อนถึงรอบชิงสาย ซึ่งจะทำให้การแข่งขันแย่งอันดับ 1 และ 2 ดุเดือดขึ้นไปอีก เพราะทีมอันดับ 2 อาจต้องเจอทีมอันดับ 6 นี้ตั้งแต่รอบสองเลย
แชมป์ของทั้งสองสายจะมาพบกันในรอบชิงชนะเลิศ NBA Finals ซึ่งแข่งแบบ Best of 7 เช่นกัน
เคยมีกติกา “แชมป์ดิวิชั่นการันตีอันดับไม่ต่ำกว่า 4” — ภายหลังถูกยกเลิก
นี่คือกติกาที่น้อยคนจะจำได้: ตั้งแต่ปี 2006 NBA เคยการันตีว่าแชมป์ดิวิชั่นจะไม่ถูกจัดอันดับต่ำกว่าอันดับ 4 ของสาย ไม่ว่าผลงานจริงจะเป็นอย่างไร — เจตนาคือปกป้องคุณค่าของการเป็นแชมป์ดิวิชั่น แต่กติกานี้ก่อความขัดแย้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า: บางครั้งแชมป์ดิวิชั่นที่ผลงานแย่กว่าชัดเจนกลับได้อันดับสูงกว่าทีมที่ผลงานดีกว่าแต่บังเอิญอยู่ในดิวิชั่นที่แข่งขันดุเดือด ตัวอย่างในปี 2006 เอง New Jersey Nets คว้าแชมป์ Atlantic Division ด้วยสถิติ 49-33 และได้อันดับ 3 ในขณะที่ Cleveland Cavaliers ซึ่งผลงานดีกว่าที่ 50-32 กลับได้แค่อันดับ 4 ถ้าเอาให้สุดขั้วเลย ในทางทฤษฎีอาจมีดิวิชั่นที่ทุกทีมผลงานแย่จนไม่สมควรได้เข้าเพลย์ออฟเลยสักทีม แต่กติกานี้ก็ยังจะยกอันดับ 4 อันดับแรกให้ “แชมป์” ของดิวิชั่นนั้นอยู่ดี — ถือเป็นหายนะต่อคุณภาพของรอบเพลย์ออฟ ปัญหา “ผลงานแย่กว่าแต่อันดับสูงกว่า” แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ จนลีกตัดสินใจยกเลิกกติกาการันตีนี้หลังจบฤดูกาล 2015-16 กลับไปใช้การจัดอันดับตามผลงานล้วนๆ
ทำไมถึงใช้สายการแข่งขันแบบตายตัว ไม่จัดใหม่
ตรรกะของสายการแข่งขันแบบตายตัวคือทำให้เส้นทางทั้งหมดไปสู่รอบชิงชนะเลิศโปร่งใสตั้งแต่รอบแรกถูกจัด — ทุกทีมรู้ในทางทฤษฎีว่าต้องเจอใครบ้างกว่าจะไปถึงเป้าหมาย ทั้งทีมงานและแฟนบาสวางแผนล่วงหน้าได้ ถ้าต้องจัดใหม่ทุกรอบ การจัดตารางแข่งและสิทธิ์เจ้าบ้านจะซับซ้อนขึ้นมาก