ก่อนฟุตบอลโลกแต่ละครั้งจะเริ่มขึ้น มักมี “คำสาป” ชุดหนึ่งถูกขุดขึ้นมาพูดถึงเสมอ แน่นอนว่าทุกคนรู้ดีว่าคำสาปพวกนี้เอาไว้สนุกๆ เป็นหลัก ตอนนี้ก็ไม่ใช่ยุคกลางแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้มันลดความสนุกในการดูบอลลงไปเลย จริงไหม? บทความนี้รวบรวมคำสาปฟุตบอลโลกที่ถูกพูดถึงมากที่สุด พร้อมดูว่าครั้งนี้คำสาปแต่ละอันจับตาใครอยู่
คำสาปแชมป์เก่า: ครั้งนี้ตกเป็นของอาร์เจนตินา
นี่คือคำสาปยุคใหม่ที่แม่นทุกครั้งที่ผ่านมา
ลองดูชะตากรรมของแชมป์เก่าในรอบหลังๆ: ฝรั่งเศสแชมป์ปี 1998 ตกรอบแบ่งกลุ่มปี 2002 แบบไม่ทำประตูเลยแม้แต่ลูกเดียว อิตาลีแชมป์ปี 2006 จบบ๊วยกลุ่มปี 2010 สเปนแชมป์ปี 2010 ก็ตกรอบแบ่งกลุ่มปี 2014 เช่นกัน เยอรมนีแชมป์ปี 2014 จบอันดับสุดท้ายของกลุ่มปี 2018 จากแชมป์เก่า 5 ทีมล่าสุด มี 4 ทีมตกรอบแบ่งกลุ่ม — มีเพียงฝรั่งเศสที่หนีรอดไปถึงรอบชิงปี 2022
ครั้งนี้แชมป์เก่าคืออาร์เจนตินา พวกเขามี Messi ถล่มคู่แข่งในนัดเปิดสนาม และมีราคาแชมป์อยู่อันดับ 4 ของทัวร์นาเมนต์ — แต่เส้นทางสู่แชมป์เต็มไปด้วยความท้าทาย เพียงแค่พวกเขาสะดุดเมื่อไหร่ เรื่องราวคำสาปนี้จะถูกหยิบมาพูดทั่วโลกทันที
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวผมคิดว่าคำสาปนี้ในทางหนึ่งก็เป็นสัญญาณที่ดี — มันสะท้อนว่าระบบเยาวชนของแต่ละประเทศพัฒนาขึ้นมาก ทำให้ไม่มีชาติใดครองความเหนือกว่าได้แบบเดิมอีกต่อไป ไม่เชื่อก็ลองดูว่ามีดาวรุ่งกี่คนที่โผล่ขึ้นมาตั้งแต่ฟุตบอลโลกครั้งก่อน: Lamine Yamal, Jude Bellingham, Jamal Musiala, Pedri, Julián Álvarez, Enzo Fernández… การเติบโตของผู้เล่นรุ่นใหม่เหล่านี้ทำให้การแข่งขันในฟุตบอลโลกดุเดือดขึ้นมาก
คำสาปยุโรปบนแผ่นดินอเมริกา: มหาอำนาจยุโรปทั้งทวีปอยู่ในระยะเล็ง
คำสาปนี้ถูกทำลายไปแล้ว แต่ก็ไม่เสียหายที่จะรู้จักที่มาของมัน เพราะคำสาปนี้มีความหมายเป็นพิเศษสำหรับครั้งนี้ เนื่องจากฟุตบอลโลก 2026 จัดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก — ทวีปอเมริกา
ก่อนปี 2014 ฟุตบอลโลกทุกครั้งที่จัดในทวีปอเมริกา แชมป์เป็นทีมอเมริกาใต้ทั้งหมด (อุรุกวัย บราซิล อาร์เจนตินาสลับกันคว้าแชมป์) ไม่มีทีมยุโรปทีมไหนเคยคว้าแชมป์บนแผ่นดินอเมริกาได้เลย คำสาปนี้ถูกทำลายในที่สุดเมื่อเยอรมนีคว้าแชมป์ที่บราซิลในปี 2014 ตอนนี้ฟุตบอลโลกกลับมาที่ทวีปอเมริกาอีกครั้ง คำถามนี้จึงกลับมาอีก: ทีมเต็งยุโรปอย่างอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส เนเธอร์แลนด์ จะไปได้ถึงรอบสุดท้ายไหมในครั้งนี้?
ส่วนตัวผมคิดว่าคำสาปนี้ในอดีตอาจมีเหตุผลอยู่บ้าง สนามแข่งในทวีปอเมริกาในอดีตมักร้อนมาก ซึ่งผู้เล่นยุโรปไม่คุ้นเคย แต่เมื่อมีสนามมากขึ้นและ FIFA ออกกฎหลายอย่าง (เช่น การพักดื่มน้ำบังคับ) อิทธิพลของคำสาปนี้ก็ลดลงไปมาก นอกจากนี้การฝึกซ้อมทางกายภาพและการจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ของทีมยุโรปก็พัฒนาขึ้นมากแล้ว บวกกับผู้ชมฟุตบอลโลกยุคนี้มาจากทั่วโลก ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนในทวีปเจ้าภาพ การจะสร้างบรรยากาศแบบอเมริกาใต้สุดขีดในอัฒจันทร์แบบเดิมก็ยากขึ้นเช่นกัน
คำสาปแชมป์ยูโรหมาดๆ: สเปนต้องระวัง
ทีมที่เพิ่งคว้าแชมป์ยูโรมา มักเล่นในฟุตบอลโลกครั้งต่อไปได้ไม่ดีเท่าที่คาด
ฝรั่งเศสแชมป์ยูโร 2000 ตกรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก 2002 กรีซแชมป์ปี 2004 ตกรอบแบ่งกลุ่มปี 2006 สเปนป้องแชมป์ยูโรปี 2012 ตกรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก 2014 อิตาลีแชมป์ยูโร 2020 ไม่ผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก 2022 เลยด้วยซ้ำ ข้อยกเว้นเดียวคือสเปนที่แชมป์ยูโร 2008 แล้วคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 ต่อเนื่อง
ครั้งนี้แชมป์ยูโรคือสเปน ซึ่งเป็นทีมเดียวกันที่ทำลายคำสาปนี้มาก่อน คำถามที่น่าจับตาคือคำสาปนี้จะใช้ได้ผลอีกครั้งหรือไม่ หรือสเปนจะพิสูจน์ว่าพวกเขามี “ภูมิคุ้มกันคำสาป” ในตัว
คำสาปอังกฤษ: สิงโตสามตัวที่พลาดเป้าตลอด
พูดให้ตรงกว่านี้ นี่เป็น “คำสาปของอังกฤษเอง” มากกว่า นับตั้งแต่คว้าแชมป์ในบ้านปี 1966 อังกฤษถูกตั้งความหวังสูงในทุกทัวร์นาเมนต์ใหญ่ แต่ก็อกหักด้วยวิธีต่างๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า — โดยเฉพาะฝันร้ายจุดโทษที่ไม่เคยหายไป ทีมในกระดาษหรูหราขึ้นทุกรอบ แต่ผลลัพธ์ก็ยังพลาดเป้าแค่นิดเดียวเหมือนเดิม การยกอังกฤษเป็นเต็งทุกครั้งอาจเป็นคำสาปอีกแบบหนึ่งในตัวมันเอง
และหลังจบเกมที่เจอกานาวันนี้ คำสาปนี้ดูน่าเชื่อขึ้นอีกหน่อย พลาดโอกาสทำประตูหลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะที่ Kane ยิงพลาดประตูโล่ง ครั้งนี้พวกเขาจะตกรอบน็อกเอาต์อีกหรือไม่?
คำสาป “Quinto Partido” ของเม็กซิโก: เจ็ดทัวร์นาเมนต์ชนกำแพงเดิม
คำสาปของเม็กซิโกแม่นยำจนน่าขนลุก จากปี 1994 ถึง 2018 รวมเจ็ดฟุตบอลโลก เม็กซิโกผ่านรอบแบ่งกลุ่มเข้ารอบ 16 ทีมได้ทุกครั้ง — แล้วก็หยุดที่รอบ 16 ทีมพอดี ซึ่งก็คือ “นัดที่ห้า” ของทัวร์นาเมนต์ เจ็ดครั้ง เจ็ดทัวร์นาเมนต์ ไม่มีข้อยกเว้นเลย ปรากฏการณ์นี้มีชื่อเฉพาะในหมู่แฟนบอลเม็กซิโกว่า “Quinto Partido” (คำสาปนัดที่ห้า) ครั้งนี้แค่เม็กซิโกแตะรอบ 16 ทีมอีกครั้ง หัวข้อนี้จะถูกหยิบขึ้นมาพูดอีกแน่นอน
เพดานรอบ 8 ทีมของญี่ปุ่น
พัฒนาการของญี่ปุ่นในรอบหลังๆ เห็นได้ชัด เข้ารอบ 16 ทีมได้ในปี 2002, 2010, 2018, 2022 เคยเสมอเยอรมนีและพลิกเอาชนะสเปนมาแล้ว ผลงานดีขึ้นทุกครั้ง — แต่ทุกครั้งที่มาถึงรอบ 16 ทีม ก็ผ่านไปไม่ได้สักที รอบ 8 ทีมยังคงเป็นด่านที่ญี่ปุ่นไม่เคยข้ามผ่าน หากญี่ปุ่นหยุดที่รอบ 16 ทีมอีกครั้งในครั้งนี้ หัวข้อเพดานนี้จะถูกพูดถึงอีกรอบ แต่ผลงานรอบแบ่งกลุ่มของพวกเขาในทัวร์นาเมนต์นี้น่าประทับใจมาก เปลี่ยนจากสไตล์เดิมที่ “50/50 ตลอดไม่ว่าเจอใคร” มาเป็นการครอบงำเกมที่ชัดเจน
แต่ครั้งนี้ สายการแข่งขันดูเหมือนจะเล่นตลกกับพวกเขา หากผ่านรอบในฐานะอันดับสองของกลุ่ม พวกเขาจะต้องเจอกับบราซิลหรือโมร็อกโก สองทีมเฮฟวี่เวทที่อยู่อันดับ 6 และ 7 ของโลก อย่าว่าแต่รอบ 16 ทีม อาจเจอบททดสอบที่หนักหน่วงตั้งแต่รอบ 32 ทีมเลย
คำสาปรองเท้าทองคำ: ดาวซัลโวมีพรหมลิขิตต้องดูคนอื่นชูถ้วย
ผู้ชนะรองเท้าทองคำของฟุตบอลโลกแทบจะไม่เคยเป็นสมาชิกของทีมแชมป์ในปีนั้นเลย ข้อยกเว้นที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์คือ Ronaldo ในปี 2002 — ปีนั้นเขาไม่ใช่แค่แกนหลักของบราซิลที่คว้าแชมป์ แต่ยังคว้ารองเท้าทองคำไปด้วยพร้อมกัน การได้ทั้งรองเท้าทองคำและแชมป์พร้อมกันเป็นความสำเร็จที่หาได้ยากในประวัติศาสตร์ ปีอื่นๆ ส่วนใหญ่ ดาวซัลโวมักได้แต่ยืนดูกัปตันทีมอื่นชูถ้วยทองคำใบใหญ่ในพิธีมอบรางวัล การแข่งชิงรองเท้าทองคำครั้งนี้จะเป็นการชักเย่อระหว่าง “ทำประตูมากที่สุด” กับ “ยืนอยู่จนจบ” อีกครั้งแน่นอน
คำสาป “ทีมที่แข็งแกร่งที่สุดที่ไม่เคยแชมป์” ของเนเธอร์แลนด์
สถานะของฟุตบอลเนเธอร์แลนด์ในประวัติศาสตร์ไม่มีข้อสงสัย — ต้นกำเนิดของฟุตบอลโททัล ผลิตดาวเด่นและแนวคิดการโค้ชระดับโลกมากมาย แต่กลับพลาดไปอีกนิดเดียวบนเวทีรอบชิงฟุตบอลโลกเสมอ แพ้เยอรมนีตะวันตกปี 1974 แพ้อาร์เจนตินาปี 1978 แพ้สเปนปี 2010 เข้ารอบชิงสามครั้ง แพ้สามครั้ง จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีแชมป์เลย ฉายา “ทีมที่แข็งแกร่งที่สุดที่ไม่เคยแชมป์” ติดอยู่กับทีมชาติเนเธอร์แลนด์มากว่าครึ่งศตวรรษแล้ว
คำสาปส่วนตัว: ความแห้งแล้งถ้วยแชมป์ของ Harry Kane
อันนี้ค่อนข้างเป็นส่วนตัว Harry Kane คว้ารองเท้าทองคำฟุตบอลโลกปี 2018 เป็นกัปตันทีมอังกฤษและดาวซัลโวที่น่าเชื่อถือที่สุดมายาวนาน หลังอยู่กับ Tottenham หลายปีก็ย้ายไป Bayern Munich — ในที่สุดก็คว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้ (แต่ก็ต้องพูดตามตรงว่า การที่ Bayern ไม่แชมป์บุนเดสลีกาต่างหากที่จะเป็นข่าว) แต่นอกจากนั้น แชมเปียนส์ลีกหรือแชมป์ทีมชาติหลักๆ เขาก็ยังไม่เคยได้ ทักษะ ผลงาน ความเป็นผู้นำ เขาไม่ขาดเลยสักอย่าง สิ่งที่ขาดมีแค่ถ้วยแชมป์ที่จะพิสูจน์ทุกอย่าง ในความหมายหนึ่ง ฟุตบอลโลกครั้งนี้ก็เป็นการต่อสู้กับคำสาปส่วนตัวของ Kane เช่นกัน
คำสาปที่หมดอายุไปแล้ว
มีคำสาปบางอันที่หมดพลังไปตามเวลา ขอเอามาเล่าไว้เป็นเรื่องสนุกๆ:
- คำสาปคอนเฟเดอเรชันส์คัพ: แชมป์คอนเฟเดอเรชันส์คัพไม่เคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งต่อไปได้ แต่ปัญหาคือทัวร์นาเมนต์นี้ถูกยกเลิกไปหลังปี 2017 คำสาปนี้จึงไม่มีโอกาสเกิดขึ้นอีก
- คำทำนายของ Pelé: มีตำนานว่าทีมไหนที่ Pelé เชียร์ให้แชมป์มักจะมีปัญหา หลัง Pelé เสียชีวิตปลายปี 2022 คำสาปกึ่งล้อเล่นนี้ก็กลายเป็นประวัติศาสตร์ไปแล้วอย่างเป็นทางการ
- ทีมแอฟริกาเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายไม่ได้: เคยถูกมองว่าเป็นกฎเหล็ก — จนกระทั่งโมร็อกโกฝ่าเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายได้ในปี 2022 ทำลายคำสาปนี้อย่างเป็นทางการ
สรุปทั้งหมดในตารางเดียว
| คำสาป | ผู้ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ |
|---|---|
| คำสาปแชมป์เก่าตกรอบแบ่งกลุ่ม | อาร์เจนตินา |
| คำสาปยุโรปบนแผ่นดินอเมริกา | อังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส เนเธอร์แลนด์ และมหาอำนาจยุโรปอื่นๆ |
| คำสาปแชมป์ยูโรหมาดๆ | สเปน |
| คำสาปทัวร์นาเมนต์ใหญ่ของอังกฤษ | อังกฤษ |
| คำสาป Quinto Partido ของเม็กซิโก | เม็กซิโก |
| เพดานรอบ 16 ทีมของญี่ปุ่น | ญี่ปุ่น |
| คำสาปรองเท้าทองคำ | ตัวเต็งดาวซัลโวครั้งนี้ |
| คำสาปทีมแข็งแกร่งที่สุดที่ไม่เคยแชมป์ของเนเธอร์แลนด์ | เนเธอร์แลนด์ |
| คำสาป Harry Kane | Harry Kane |
| คำสาปคอนเฟเดอเรชันส์คัพ / คำทำนาย Pelé / คำสาปรอบ 4 ทีมแอฟริกา | หมดอายุแล้ว |
ข้อคิดจากผู้เขียน
พูดตามตรง คงไม่มีใครเชื่อคำสาปจริงจัง ส่วนใหญ่ก็แค่เอาไว้สนุกๆ แต่ที่คำสาปเหล่านี้ยังคงถูกเล่าต่อกันมาก็ไม่ใช่ว่าไม่มีเหตุผลเลยซะทีเดียว — ความหย่อนยานและการถูกศึกษาจนทะลุปรุโปร่งของแชมป์เก่า ความไม่คุ้นชินของทีมยุโรปกับสภาพแวดล้อมในทวีปอเมริกา แรงกดดันจากความหวังทั้งประเทศ — เบื้องหลังสิ่งเหล่านี้ล้วนมีตรรกะฟุตบอลที่แท้จริงทำงานอยู่ ดังนั้นแทนที่จะเรียกมันว่าคำสาป อาจจะเรียกว่ากระจกที่เตือนให้เราอย่ามั่นใจเกินไปก็ได้ มันเพิ่มมุมมองและความสนุกให้กับการดูบอลอีกแบบหนึ่ง